กำเนิด และ ล่มสลาย 3dfx

กำเนิด และ ล่มสลาย 3dfx

Maclclog by Maclclog in 2019-11-05 19:22:57
LOC

ย้อนกลับไปสัก 20กว่าปีที่แล้ว สงคราม GPU ไม่ได้มีแค่ Nvidia และ ATi ( AMD ปัจจุบัน ) เมื่อปีค.ศ. 1992 ในสมัยนั้นเกม 3D บนคอมพิวเตอร์ในต้องง้อพลังการประมวลผลของซีพียูเพียงอย่างเดียว หรือเรียกได้ง่ายๆว่าเครื่องไหนที่มีซีพียูแรง และมีแรมเที่เยอะเครื่องนั้นก็จะเล่นเกมได้ดี แต่คำว่าดีกลับหมายถึงว่ากระตุกน้อยกว่าเครื่องที่มีความเร็วซีพียูต่ำกว่านั้นเอง เพราะว่า ซีพียูต้องทำการคำนวนทั้งโครงสร้างภายในของวัตถุ และซีพียูทำการ Texture Mapping บนพื้นผิวของวัตถุ แถมยังต้องคำนวณการเคลื่อนไหวของวัตถุในทิศทางต่างๆ จนเมื่อ id Sofware ได้ส่งเกม Doom ภาคแรกออกมาในปี 1993 ซึ่งเป็นเกม 3D ที่มีกราฟิกที่สวยงาม และสมจริงกว่าเกมต่างๆในยุคนั้นมาก และตามมาด้วยอัตราการบริโภค ซีพียูที่หนักเอาการ หากใครอยากจะเล่นเกม Doom ภาคแรก ก็ต้องอัพเกรดซีพียูเป็นซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดเลยละ ถึงจะเล่นได้แต่ก็ยังกระตุกอยู่ดี

จุดเริ่มเต้น
3dfx ก่อตั้งขึ้นในปลายปีค.ศ. 1994  โดย Gordon Campell, Gary Taroilli และ Scott Sellers ในปี 1995 ในงาน COMDEX ทาง 3dfx ได้นำเสนอชิพกราฟิกของตน ซึ่งเป็นชิพที่ใช้ API ที่ชื่อว่า Glide เป็นหลัก โดยชิพตัวนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ได้กับแผงวงจรสำหรับเครื่องเล่นเกม Arcade และสำหรับติดตั้งบนการ์ดเพื่อใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วย โดยชิพดังกล่าวภายในชิพมี TMU (Texture Mapping Unit) ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของซีพียูลง เมื่อมีการเล่นเกม 3D เพราะชิพตัวนี้จะช่วยประมวลผลในการทำ Texture Mapping บนพื้นผิวของวัตถุ 3มิติ แทนซีพียู ซึ่งจะทำให้ซีพียูเหลือพลังในการประมวลผลสำหรับนำไปใช้ในงานอื่นๆ ชิพของ 3dfx ได้รับการตอบรับจากนักพัฒนาเกมจากค่ายต่างๆเป็นอย่างดี เพราะ API ที่ชื่อว่า Glide นั้น อำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาเกมเป็นอย่างมาก เพราะ Glide มี Abtracetion Layer ทำให้นักพัฒนาเกมสามารถเขียนโปรแกรมเรียกใช้งานคุณสมบัติของ GLide ได้ง่าย ไม่ยุ่งยากเหมือน OpenGL และ DirectX

ในปี 1996  id Software ก็ได้ส่งเกม Quake ออกมา ทางอินทลก็ได้ส่งซีพียู Pentium MMX ออกมา ซึ่งภายในซีพียูมีชุดคำสั่ง MMX ที่ช่วยให้ซีพียูสามารถประมวลผลเกี่ยวกับงาน Multimedia ได้ดีขึ้น และเกม 3D เองก็ได้รับผลบุญไป ซึ่งก็สามารถทำให้เล่นเกม Quake โดยการใช้ Software Render ได้ไม่กระตุก ในปีเดียวกันนี้เอง 3dfx ได้เปิดตัวการ์ดจอ Voodoo ซึ่งใช้ชิพเซตกราฟิก SST-1 ผลที่ได้จากการทดสอบ สร้างความตื้นเต้นให้กับคนในวงการเกม PC เป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่ 3dfx ทำนั้น แสดงให้เห็นว่าต่อไปนี้เราสามารถที่จะเล่นบนคอมพิวเตอร์ได้อย่างลื่นไหลไม่กระตุก และมีภาพสวยงามเช่นเดียวกับการเล่นบนเครื่อง Arcade ได้แล้ว วงการณ์เกม PC ก็ได้ถูกเปิดขึ้นแล้วโดย 3dfx

หลังจากเปิดตัวในงาน COMDEX ไปแล้ว ต่อมา ในช่วงเดือน ตุลาคม ค.ศ. 1996 การ์ด Voodoo ก็โดนผลิตออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก เพื่อป้อนตลาดกราฟิกการ์ด สำหรับคอมพิวเตอร์ และหลังจากที่ Voodoo ออกมาก็มีเกมต่างๆที่ใช้ GLIDE ตามออกมาในตลาดอย่างมากมาย แต่ข้อจำกัดของ Voodoo นั้นคือ เป็นการ์ดสำหรับทำหน้าที่ประมวลผล 3D อย่างเดียว หากจะซื้อการ์ดจอ Voodoo ไปใช้ควรจะมีการ์ดสำหรับทำงาน 2D ทั่วไปไว้อีก 1ตัวเพื่อใช้ต่อทำงานร่วมกับ Voodoo ในปี 1997 คู่แข่งที่หน้ากลัวของ Voodoo ก็ปรากกฎตัวขึ้น นั้นก็คือ NVDIA RIVA 128 และ ATI RAGE Pro ซึ่งชิพทั้ง 2 ตัวนี้เป็นชิพที่สามารถทำงานได้ทั้ง 2D และ 3D ในตัวเดียวกัน ซึ่งจะได้เปรียบ Voodoo ในเรื่องของความหลากหลายในการใช้งาน

จุดสูงของ 3dfx
เมื่อ 3dfx ประสบความสำเร็จจากการ์ด Voodoo อย่างสวยงาม สร้างความเจ็บปวดให้ไอ้เขียว NVIDIA และ ไอ้แดง ATi เป็นอย่างมาก เพราะการ์ดของ 3dfx นั้นนอกจากจะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าคู่แข่งแล้ว ความสวยงามของภาพที่ได้ก็ยังเหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วย ทาง 3dfx ได้ปล่อยการ์ด Voodoo 2 ซึ่งใช้ชิพเซตกราฟิก SST-2 ออกมา โดย Voodoo 2 นั้นได้เพิ่ม Texture Mapping Unit (TMU) เข้าไปในชิพเซตเป็น 2 unit ทำให้ Voodoo 2 สามารถทำการ Texture Mapping ได้ที่ละ 2 จุด ต่อ 1 Hz และ Voodoo 2 ยังมาพร้อมกับแรม 64 bit ถึง 3 ชุด (192 bit) นอกจากนี้ Voodoo 2 ยังสามารถต่อ SLI ได้ด้วย

เกี่ยวกับ SLi
SLi ของ 3dfx คือ Scan-Line Interleave
SLi ของ Nvidia คือ Scalable Link Interface ซึ่งมีการใช้ครั้งแรกใน GeForce 6

หลักการทำงานของ SLI ใน 3dfx
การ์ด 2 ตัวแบ่งกันทำงานโดยอีกตัวหนึ่งเป็น Master และอีกตัวหนึ่งเป็น Slave
Master จะทำการแบ่งหน้าจอออกเป็นเส้นๆ
Master จะทำการแบ่งงานให้ Slave ประมวลผล โดย Master จะประมวลผลเส้นลำดับที่เป็นเลขคี่
ส่วน Slave จะประมวลผลเส้นลำดับที่เป็นเลขคู่
Slave นำภาพที่ตนเองสร้างได้ส่งมาให้ Master
Master ทำการรวมภาพและส่งภาพออกมาแสดงผลบนหน้าจอ

ยุค Voodoo 2 ถือว่าเป็นยุคที่ยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จที่มากสุดของ 3dfx ขายได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย เพราะบางคนเวลาซื้อไม่ได้ซื้อแค่ตัวเดียว  แต่กลับซื้อถึง 2 ตัวไปต่อ SLi นอกจากนี้การที่ Voodoo 2 สามารถทำ SLi ได้ ทำให้ Voodoo 2 เป็นการ์ดจอ 3D ตัวแรกที่สามารถแสดงผลที่ความละเอียด 1024 x 768 ได้เป็นตัวแรก แต่หากใช้ Voodoo 2 ตัวเดียวจะสามารถแสดงผลได้เพียง 800 x 600 เท่านั้น

ความทะเยอทะยานเกินตัว
3dfx ได้วางแผนซื้อ STB ซึ่งเป็นโรงงานผลิตการ์ดที่ตั้งอยู่ในเม็กซิโก โดย 3dfx มีความคิดว่า 3dfx จะเป็นคนผลิตชิพเอง แล้วก็ให้ STB ซึ่งเป็นโรงงานที่ต้นเองซื้อมาผลิตการ์ดให้ หลังจากนั้นตนเองก็ส่งการ์ดจอที่ผลิตได้เองไปขายเอง แล้วก็เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เขากระเป๋าตัวเองแต่เพียงผู้เดียว Voodoo 3 ช่วง Voodoo 3 นี้ 3dfx นี้ไม่ได้ทำการผู้ขาดมากมายอย่างที่ต้นเองคิดไว้ เพราะ 3dfx กำลังปรับตัวอยู่นั้นเอง โดยการที่ 3dfx เริ่มใช้ STB ผลิตการ์ดเองในบางส่วนเท่านั้น และบางส่วนก็ยังคงส่งชิพให้กับผู้ผลิตการ์ดจอรายอื่นๆนำไปผลิตเป็นการ์ดจออยู่ แล้วภัยร้ายก็ค่อยๆคืบคลานเข้ามาเมื่อ NVIDIA ส่งชิพกราฟิครุ่นใหม่ล่าสุดของตนลงมา นั้นก็คือ NVIDIA GeForce 256 ชิพกราฟิกที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น GPU ตัวแรกของโลกซึ่ง GF 256 มี T&L Unit อยู่ในตัวด้วย T&L Unit นี้จะช่วยประมวลผลโครงสร้าง 3D และคำนวณแสงตกกระทบแทนซีพียูครับ ทำให้ภาพที่ได้สวยงามขึ้น และเร็วขึ้นด้วย และด้วยแผนการตลาดที่ 3dfx ได้วางไหวนั้นก็คือ "ดำเนินการผลิตชิพเอง ประกอบการ์ดเอง และขายเองแต่เพียงผู้เดียว" ทำการ์ณผลิตสินค้าของ 3dfx เป็นไปอย่างเชื่องช้า

สงครามครั้งสุดท้าย
3dfx ได้ทำการพัฒนาชิพรุ่นใหม่ขึ้นมานั้นคือ VSA-100 ซึ่ง VSA-100 นี้จะมีคุณสมบัติกราฟิกใหม่ๆที่ทางทีม Rampage Project ได้พัฒนาขึ้นให้มันด้วย VSA-100 ซึ่งเป็นชิพตัวใหม่จาก 3dfx นี้สามารถแสดงผลที่คุณภาพสี 32 บิตได้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ การ์ด Voodoo จะสามารถแสดงผลได้แค่ 16bit เท่านั้น

ทาง 3dfx ก็ได้ประกาศให้ทราบอีกว่าชิพ VSA-100 จะนำไปติดตั้งบนการ์ด Voodoo ของ 3dfx ดังนี้
Voodoo4 4500 ใช้ชิพ VSA-100 1 ตัว
Voodoo5 5000 ใช้ชิพ VSA-100 2 ตัว แรม 32 MB (โดนยกเลิกการผลิตภายหลัง)
Voodoo5 5500 ใช้ชิพ VSA-100 2 ตัว
Voodoo5 6000 ใช้ชิพ VSA-100 4 ตัว

แต่และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครขาดฝัน และไม่มีใครอยากจะให้มันก็เกิดขึ้น นั้นก็คือ เหตุการแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่ใต้หวัน เหตุการณ์นี้ทำให้โรงผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ของต้องพังพินาศไม่มีชิ้นดี เหตุการณ์นี้ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้นตามมา ซึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ RAM ทำให้ 3dfx ไม่สามารถนำ DDR-RAM มาใช้กับการ์ด Voodoo 4 และ 5 ได้เพราะว่า DDR-RAM ในช่วงเวลานั้นมีราคาแพงเป็นอย่างมาก และ 3dfx เองก็ต้องจำใจผลิตการ์ด Voodoo 4 และ 5 ที่ใช้ SDRAM แทนซึ่ง SDRAM ในเวลานั้นก็มีราคาที่แพงกว่า SDRAM ในเวลาปกติเกินกว่า 2 เท่าตัว  ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ต้นทุนการผลิตของ 3dfx สูงขึ้น ซึ่งทำให้ Voodoo5 6000 ซึ่งเป็นรุ่น TOP สุดของสายการผลิตมีการตั้งราคาไว้ที่ 600 เหรียญสหรัฐ ในเวลานั้น เมื่อ Voodoo5 5500 ออกมา ไม่สามารถเอาชนะ GeForce 256 ได้เพราะต้องลดเสเปกใช้ SD-RAM แทน บวกกับ NVIDIA ได้จูโจมต่อด้วยอาวุธใหม่ที่แรงกว่าเดิมนั้นก็คือ GeForce 2 GTS และยิ่ง 3dfx เสียเปรียบตรงที่สินค้ามีน้อย และหาซื้อยาก เพราะมีโรงงานผลิตแค่แห่งเดียวเท่านั้น  และหลังจากนั้น 3dfx ก็ประสบปัญหาทางด้านการเงิน เพราะสินค้าขายได้น้อย และก่อนหน้านี้ตนเองก็ลงทุนไปมากกับหลายๆสิ่ง หลายอย่าง ทำให้ 3dfx ไม่สามารถยื่นอยู่บนตลาดกราฟิกชิพได้อีกต่อไป และได้ขายกิจการทั้งหมดของตนให้กับ NVIDIA ในที่สุด ปิดตำนาน 3dfx ลง

อ้างอิง

Maximum PC March 1999
LGR Tech Tales - 3Dfx & Voodoo's Self-Destruction
https://www.computer.org
IonRa
https://www.cnet.com/news/nvidia-buys-out-3dfx-graphics-chip-business/

"
Maclclog
Share Article:

Similar Articles

Post your comment